สนช.มีมติรับหลักการร่างกฎหมายการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และร่างกฎหมายการไกล่เกลี่ยคดีอาญาในชั้นการสอบสวน ไว้พิจารณา


จำนวนผู้ชม: 124    วันที่โพสต์: 30 พฤศจิกายน 2561 เวลา 12:54 น.
Facebook

30 พ.ย. 61 - สนช.มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ. การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และร่าง พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยคดีอาญาในชั้นการสอบสวน ไว้พิจารณา มุ่งสนับสนุนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีแพ่งและอาญา ที่สามารถไกล่เกลี่ยยอมความได้ด้วยความยินยอมของคู่กรณี ช่วยลดปริมาณคดีและช่วยยุติคดีด้วยความสมานฉันท์

     ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 เป็นประธานประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ และร่าง พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยคดีอาญาในชั้นการสอบสวน ที่ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ และคณะสมาชิก สนช. เสนอ ก่อนมีมติรับหลักการร่างกฎหมายทั้งสองฉบับไว้พิจารณาด้วยเสียง 158 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และเห็นด้วย 154 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ตามลำดับ พร้อมกำหนดตั้งกรรมาธิการขึ้นมาหนึ่งคณะมีจำนวน 21 คน ทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ กำหนดกรอบเวลาทำงาน 60 วัน เปิดให้ สนช.แปรญัติได้ใน 7 วัน

     สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายได้รับการชี้แจงจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า พ.ร.บ. การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นการนำกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่งซึ่งมีทุนทรัพย์ไม่มากนักและข้อพิพาททางอาญาบางประเภท มากำหนดเป็นกฎหมายกลาง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐ หรือศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนใช้ยุติหรือระงับข้อพิพาท โดยคำนึงถึงความยินยอมของคู่กรณี ซึ่งจะทำให้ปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลลดลง ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง เกิดความสมานฉันท์ในสังคมและยังช่วยลดงบประมาณแผ่นดิน ขณะที่ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร ชี้แจงถึงหลักการในการเสนอร่าง พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยคดีอาญาในชั้นการสอบสวน ว่าควรให้มีการไกล่เกลี่ยคดีอาญาในชั้นสอบสวนที่เกี่ยวกับความผิดที่ยอมความได้ ความผิดลหุโทษ และความผิดที่อัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี เพราะคดีอาญาบางคดี ความผิดไม่ร้ายแรงไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม การสนับสนุนการไกล่เกลี่ยในชั้นสอบสวนเพื่อให้ผู้ต้องหามีโอกาสแสดงความสำนึก ตัวผู้ต้องหาเองอาจกลับตัวเป็นคนดีได้ ในขณะเดียวกันผู้เสียหายได้รับการชดเชยเยียวยาตามสมควร นำไปสู่การยอมความ เกิดการยุติคดีด้วยความสมานฉันท์

     ทั้งนี้ ก่อน สนช. จะมีมติเห็นชอบและรับหลักการร่างกฎหมายทั้งสองฉบับไว้พิจารณา ได้ตั้งข้อสังเกตในประเด็นสำคัญที่ว่าร่างกฎหมายทั้งสองเป็นการสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ แต่กระบวนการจะต้องกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน อาทิ อำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน และกระบวนการไกล่เกลี่ยจนนำไปสู่ความยินยอมของผู้ได้รับความเสียหาย จะต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจไม่ใช่การถูกขู่บังคับ ซึ่งข้อสังเกตทั้งหมดผู้เสนอกฎหมายจะนำไปพิจารณาประกอบในชั้นกรรมาธิการต่อไป

 

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง



ท่านสามารถรับฟังและรับชมการออกอากาศของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่?
รับชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รับชมไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข่าวรัฐสภา
ข่าวประชาสัมพันธ์
กำหนดการถ่ายทอดสด
สรุปผลการประชุมสภา
ระเบียบวาระการประชุมสภา
Parliament news room
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
ข้อบังคับการประชุม สปท.
ข้อบังคับการประชุม สนช.
E-book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา