ส.ส.เพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีถึงการแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาล


จำนวนผู้ชม: 288    วันที่โพสต์: 21 สิงหาคม 2562 เวลา 16:29 น.
Facebook

21 ส.ค.62 – ส.ส.เพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาล ด้าน รมช.กระทรวงการคลัง ชี้แจงรัฐบาลใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 310,000 ล้านบาท หวังกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้ดีขึ้น คาดสิ้นปี 62 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว ร้อยละ 3 ท่ามกลางปัจจัยลบจากสงครามการค้าโลก

      นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง การแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาลและผลกระทบ ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 310,000 ล้านบาท ในปี 2562 ซึ่งหลายมาตรการตนเห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณอาจไม่คุ้มค่า ไม่ตรงจุด และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจไทยขณะนี้ ยังคงประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ภาคการส่งออกที่ถดถอยจากสงครามการค้าโลก ภาวะเงินบาทแข็งค่า และการท่องเที่ยวซบเซา ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลยังคงใช้ทีมเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดที่แล้ว และบางมาตรการนั้นอาจเอื้อผลประโยชน์กับผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายหรือไม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet)

      ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถามสดแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวนจากสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย กำลังซื้อลดลง ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะการที่ไทยเป็นประเทศที่มีภาคการเกษตรเป็นพื้นฐาน ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบ และไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกถึงร้อยละ 70 และแม้ว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศระยะเวลาเพียงเดือนเศษเท่านั้น แต่ก็ได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการออกมาตรการช่วยเหลือและใช้จ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการบริโภคภายในประเทศให้ดีขึ้น รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถดำรงชีพ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เศรษฐกิจของไทยไม่ได้ถดถอยอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ เพราะไตรมาสแรกของปีนี้ยังสามารถขยายตัวได้ถึงร้อยละ 2.6 ไตรมาส 2 ขยายตัว ร้อยละ 1.1 และคาดว่าไตรมาสสุดท้ายจะขยายตัวที่ร้อยละ 3 สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังน่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ ในเดือน ต.ค.นี้ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากมีผลใช้บังคับแล้วก็จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายในโครงการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ อันจะทำให้เม็ดเงินกระจายไปสู่ภาคเอกชน และประชาชนในภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้ ส่วนข้อกังวลเรื่อง เงินบาทแข็งค่านั้น เป็นเพราะเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว จึงทำให้ต่างชาติเชื่อมั่น นำเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยหลากหลายรูปแบบทั้งตลาดหลักทรัพย์ และสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเศรษฐกิจไทยผูกพันกับเศรษฐกิจโลก จึงอาจทำให้ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งพร้อมรับมือกับภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

 

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  /ข่าว

อรุณี  ตันศักดิ์ดา  /เรียบเรียง



ท่านสามารถรับฟังและรับชมการออกอากาศของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่?
รับชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รับชมไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข่าวรัฐสภา
ข่าวประชาสัมพันธ์
กำหนดการถ่ายทอดสด
สรุปผลการประชุมสภา
ระเบียบวาระการประชุมสภา
Parliament news room
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
ข้อบังคับการประชุม สปท.
ข้อบังคับการประชุม สนช.
E-book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา