แม่น้ำ 3 สาย ลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชน จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี 31 ต.ค. - 1 พ.ย. นี้


จำนวนผู้ชม: 405    วันที่โพสต์: 31 ตุลาคม 2558 เวลา 17:11 น.
Facebook

31 ต.ค. 58 -           แม่น้ำ 3สาย ลงพื้นที่ยโสธร รับฟังความเห็น จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี  31 ต.ค. - 1 พ.ย. นี้ พร้อมสานงาน แม่น้ำ 4สาย ทำงานเชิงรุกทุกรูปแบบ

                 นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คนที่สอง ในฐานะประธานโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแห่งชาติพบประชาชน  นำคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนณ จังหวัดยโสธร และ จังหวัดอุบลราชธานี   และการลงพื้นที่พบประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษเนื่องจากมีตัวแทนจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)  และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ร่วมลงพื้นที่ด้วย  เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนในการวางแนวทางในการปฏิรูปประเทศ และในการร่างรัฐธรรมนูญ   ถือเป็นครั้งแรกที่ แม่น้ำ 3 สายร่วมกันลงพื้นที่ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ ต้องการให้แม่น้ำทั้ง 5 สาย  ได้ลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาจากประชาชนโดยตรงเพื่อนำสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงประเด็นและลดความเหลื่อมล้ำในการเลือกปฏิบัติได้

                  โดยในวันนี้  คณะฯ ได้พบกับประชาชนในจ.ยโสธร   พร้อมรับฟังปัญหาจากส่วนราชการในด้านต่างๆที่สำคัญภายในจังหวัด    โดยปัญหาของจังหวัดยโสธรส่วนใหญ่ พบว่า มีปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ  ด้านเกษตร และ ด้านคมนาคม มากที่สุด เนื่องจากพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังบุกรุกป่าไม้สงวนและเขตป่าสงวนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยงข้องภายในจังหวัดยโสธรพยายามดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและมาตรการนำคืนผืนป่าอย่างเร่งด่วน  เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้คงสภาพสมบูรณ์ต่อไป   และอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญของจังหวัดยโสธรคือ ปัญหาเรื่องการจัดการขยะโรงเรือน และขยะมูลฝอย เนื่องจากมีการจัดการขยะอย่างถูกต้องเพียง 55 ตันตันต่อวัน จากขยะที่เกิดขึ้นใหม่กว่า 258 ตันต่อวัน   ดังนั้นจึงต้องการงบประมาณในการก่อสร้างโรงงานจัดการขยะแบบศูนย์รวมและแปรรูปเป็นพลังงาน         ส่วนในวันพรุ่งนี้  จะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี   พบประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อรับทราบถึงปัญหาการพัฒนาด่านชายแดน  และปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ   รวมถึงปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก และการพัฒนาจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องอานม้า  ก่อนนำข้อมูลที่ได้มาหาข้อสรุป ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป

                รองประธาน สนช. คนที่สอง  กล่าวว่า การลงพื้นที่รับฟังความเห็นของประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งพิเศษ เนื่องจากมีตัวแทนจากแม่น้ำ 3 สาย ร่วมลงพื้นที่ คือ สนช. สปท. กรธ. โดยหลังจากนี้โครงการสนช.พบประชาชนจะมีการปรับรูปแบบการทำงานให้ใกล้ชิด ดูแลแต่ละจังหวัดมากขึ้น ในการจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติแบบกลุ่มย่อย18 กลุ่มจังหวัด โดยประกอบด้วยสัดส่วนจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 6 คน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จำนวน 2 คน และ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อติดตาม อำนวยความสะดวก ประสานงานแต่ละกลุ่มจังหวัด รวมทั้งแนะนำการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับงบประมาณของรัฐบาล

                 ด้านนายแพทย์เจตน์  ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช.  กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปที่สภาปฏิรูปประเทศ  จัดทำไว้ 37 วาระจะไม่เสียเปล่า  เนื่องจาก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะทำหน้าที่ในการสานงาน ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายปฏิรูปที่เตรียมจะผลักดันเข้า สนช.  จำนวน 4 ฉบับ  คือ ร่างพ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรม  ร่างพ.ร.บ.องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค ร่างพ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน  และร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

                ขณะที่นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวสรุปอำนาจหน้าที่ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นร่างของประชาชน หากรัฐธรรมนูญไม่สะท้อนเจตนารมณ์ทุกฝ่ายเกิดการไม่ยอมรับ ไม่ผ่านประชามติ ฝ่ายต่างๆเข้ามาแก้ไข มาล้มล้าง ก็จะทำให้การร่างเสียเวลา   ดังนั้น ความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆเป็นเรื่องสำคัญมาก กรธ.ทั้ง 21 คน ไม่ได้มาออกความเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องเขียนอย่างนั้น อย่างนี้  แต่จะนำความเห็นของทุกฝ่ายมาประมวล หาทางออกที่เป็นสายกลางให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่จะเขียนตรงใจทุกคน จึงอยากให้เข้าใจรัฐธรรมนูญ และมองภาพรวม  เพื่อนำพาบ้านเมืองให้มีเสถียรภาพ มากกว่าเลือกมองเฉพาะบางเรื่องที่ไม่ตรงใจ และไม่มีผลประโยชน์กับตน   จนนำมาซึ่งการโหวตไม่เห็นชอบ   ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้การร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่มีวันผ่าน     ทั้งนี้  ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกจะเสร็จต้นเดือนม.ค. 59  โดยจะส่งให้พรรคการเมือง ประชาชนให้ความเห็น ก่อนที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข โดยร่างที่เสร็จสมบูรณ์จะต้องเสร็จสิ้นในวันที่ 1 เม.ย.  จากนั้นจะต้องส่งต่อให้รัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะต้องต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทำประชามติต่อไป

 

 

อรวรรณ  วงศ์จันทรมณี  ข่าว เรียบเรียง



ท่านสามารถรับฟังและรับชมการออกอากาศของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่?
รับชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รับชมไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข่าวรัฐสภา
ข่าวประชาสัมพันธ์
ระเบียบวาระการประชุมสภา
สรุปผลการประชุมสภา
กำหนดการถ่ายทอดสด
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
รัฐธรรมนูญ
ข้อบังคับการประชุม สปท
ข้อบังคับการประชุม สนช
ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา
สปอต ประชาสัมพันธ์