สนช.มีมติให้ความเห็นชอบพิธีสารเพื่อแก้ไขภาคผนวก 2 และภาคผนวก 5 ของความตกลง TAFTA


สนช.มีมติให้ความเห็นชอบพิธีสารเพื่อแก้ไขภาคผนวก 2 และภาคผนวก 5 ของความตกลง TAFTA


จำนวนผู้ชม: 170    วันที่โพสต์: 9 สิงหาคม 2561 เวลา 15:43 น.
Facebook

9 ส.ค. 61 - ที่ประชุม สนช. มีมติให้ความเห็นชอบพิธีสารเพื่อแก้ไขภาคผนวก 2 และภาคผนวก 5 ของความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ด้วยคะแนนให้ความเห็นชอบ 188 เสียง

         ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบพิธีสารเพื่อแก้ไขภาคผนวก 2 และภาคผนวก 5 ของความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement : TAFTA) โดย นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สาระสำคัญของการเสนอแก้ไขพิธีสารฯ ครั้งนี้ จะมีการแก้ไขในภาคผนวก 2 เป็นการแก้ไข โดยเพิ่มปริมาณโควตาเฉพาะ (Specific Quota) สินค้า มาตรการโควตาภาษี (TRQ) นมผงขาดมันเนย ของปี 2560-2562 จาก 3,011.58 เป็น 3,312.74 ตัน และของปี 2563 - 2567 จาก 3,523.55 เป็น 3,875.90 ตัน และ ภาคผนวก 5 แก้ไข โดยเพิ่มปริมาณเพดานการนำเข้า (Trigger Volume) ของปี 2560-2563 ของสินค้า มาตรการปกป้องพิเศษ (SSG) 6 ราย พิกันสินค้า ได้แก่ สินค้าหางนม (เวย์) ร้อยละ 20 ไขมันเนย ร้อยละ 10 และเนยแข็ง ร้อยละ 10

          ด้าน นางสาวอรจิต สิงคาลวณิช ประธานกรรมการพิจารณาศึกษาพิธีสาร เพื่อแก้ไขภาคผนวก 2 และภาคผนวก 5 ของความตกลง TAFTA กล่าวว่า ภายหลังกรรมการร่วมประชุมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาเนื้อหาสาระสำคัญ ประโยชน์ ผลกระทบและการเยียวยาแล้วเห็นสมควรให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขดังกล่าว เนื่องจากพิธีสารดังกล่าวภายใต้ เรื่องการค้า สินค้า ระบุให้ประเทศภาคีที่ใช้มาตรการโควตาภาษี ต้องหารือเพื่อพิจารณาทบทวนการบริหารจัดการ เมื่อมีการร้องขอจากภาคีอีกฝ่าย และภายใต้เรื่องของมาตรการปกป้อง ระบุให้ประเทศภาคีดำเนินการทบทวนพันธกรณี การเปิดตลาดสินค้าภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี หลังความตกลงมีผลบังคับใช้ ดังนั้นไทยจึงต้องทบทวนพันธกรณีดังกล่าว ซึ่งออสเตรเลียได้เรียกร้องให้ไทยทบทวนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรอ่อนไหว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาและสรุปให้ปรับเพิ่มปริมาณโควตาเฉพาะสำหรับสินค้านมผงขาดมันเนย ร้อยละ 10 เพดานการนำเข้าที่กำหนดสำหรับสินค้าเวย์ ร้อยละ 20 ไขมันเนย ร้อยละ 10 และเนยแข็ง ร้อยละ 10 ซึ่งกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า การปรับปริมาณโควตาและการนำเข้าดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมในประเทศ และในแง่ดีจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนของไทยเตรียมพร้อมการแข่งขันกับออสเตรเลีย พร้อมได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 4 ประการ คือ 1.กำหนดให้ออสเตรเลียต้องช่วยเหลือไทย ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรไทย 2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเข้มงวดให้ผู้ผลิตและนำเข้านมผงขาดมันเนย แสดงฉลาก ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้บริโภค รวมถึงรัฐควรกำหนดนโยบายส่งเสริมให้เยาวชนบริโภคนมสดภายในประเทศ 3.ผลักดันให้มีการนำยุทธศาสตร์พัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นม ปี 2560-2569 มาบังคับโดยเร็ว และ 4.การแปลความหมายคำศัพท์จากภาษาอังกฤษมาเป็นไทย ต้องแปลให้ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดความสับสน เช่น คำว่า เวย์ หรือ หางนม ในพิธีสารฉบับนี้    

          ภายหลังฟังคำชี้แจงจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ประธานกรรมการพิจารณาศึกษาพิธีสาร เพื่อแก้ไขภาคผนวก 2 และภาคผนวก 5 ของความตกลง TAFTAสมาชิก สนช.ได้ลงมติให้ความเห็นชอบพิธีสารฯ ด้วยคะแนนให้ความเห็นชอบ 188 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบไม่มี งดออกเสียง 9 เสียง

 

วิจิตรา  น้าวัฒนไพบูลย์    ข่าว / เรียบเรียง



ท่านสามารถรับฟังและรับชมการออกอากาศของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่?
รับชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รับชมไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข่าวรัฐสภา
สกู๊ปพิเศษในหลวงในความทรงจำ
Parliament News Room
ข่าวประชาสัมพันธ์
ระเบียบวาระการประชุมสภา
สรุปผลการประชุมสภา
กำหนดการถ่ายทอดสด
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
รัฐธรรมนูญ
ข้อบังคับการประชุม สปท
ข้อบังคับการประชุม สนช
ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
E-Book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา
สปอต ประชาสัมพันธ์