ยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา หรือเพียงความต่างที่ไม่แตกต่าง???...พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช 2498 กับการแก้ไขครั้งที่สองในรอบ 60 ปี

จำนวนผู้ชม: 1    วันที่โพสต์: 2 กรกฎาคม 2560 เวลา 17:00 น.
Facebook

                ... ศาลทหารกับ กระบวนการยุติธรรม .... มาร่วมย้อนการเดินทางของกฎหมายธรรมนูญศาลทหาร กับ เส้นทางกฎหมาย

                ย้อนกลับไป เมื่อครั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทำรัฐประหารยึดอำนาจบริหาราชการแผ่นดินรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ 22พ.ค. 57…ในท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติและอาจปะทุซึ่งความขัดแย้ง  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในขณะนั้น ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญัติธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช 2498  ให้ศาลทหารมีอำนาจพิพากษาคดีอาญาใดๆ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง...เป็นกระบวนการยุติธรรมภายใต้กฎอัยการศึกที่แม้ว่า คสช.จะย้ำชัดมาตลอดว่าจะใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น  โดยคดีที่จะเข้าศาลทหารมีคดีหมิ่นสถาบัน และคดีด้านความมั่นคงเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่แตกต่างจากในอดีต...แต่กระนั้น การใช้อำนาจ ของ คสช. ผ่านศาลทหาร ยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่อง  ด้วยเหตุผลที่ว่าพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498  ยังไม่สอดรับและไม่สามารถปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ... การแก้ไขจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

                 เส้นทางของพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498  เคยถูกแก้ไขครั้งแรกเมื่อปี 2526 และครั้งล่าสุดเป็นการแก้ไขเมื่อ 2 ปีแล้ว  โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติเห็นชอบ เมื่อ 19 ก.พ. 58...ทันทีที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศให้ร่างฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้  หลายบทบัญญัติของพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498  เกิดการเปลี่ยนแปลงในทันที

                ในขณะนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารพ.ศ. 2498  โดยเฉพาะมาตรา 46  นำมาซึ่งความกังวลและท่าทีที่คัดค้านของหลายหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนทั้งไทยและเทศ  เนื่องจากมองว่า การแก้ไขจะยิ่งเพิ่มอำนาจศาลทหารที่มีมากอยู่แล้วให้มากขึ้นไป...และการให้อำนาจผู้บังคับบัญชาทหารสั่งขังพลเรือนได้นานสุดถึง 84 วัน  โดยปราศจากการตรวจสอบจากศาล ถือเป็นการขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง…แต่ว่าทางรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า  ศาลทหารได้ปฎิบัติต่อผู้ต้องหาในเขอบเขตของความยุติธรรม โดยหลักเกณฑ์การควบคุมตัวที่ทำได้เพียง 84 วัน ในการพิจารณาคดี...และแท้จริงแล้วการแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร  ไม่ได้เพิ่มอำนาจต่อศาลทหาร แต่ในทางกลับกันการแก้ไข มาตรา 46  จะเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา  เพราะได้มีการกำหนดชัดว่า ในกรณีปกติการควบคุมตัวผู้ต้องหาจะต้องมีหมายขังจากศาลเสียก่อน เว้นเสียว่ามีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่น   ซึ่งแต่เดิมก่อนแก้ไข กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจขอผู้บังคับบัญชาในการสั่งควบคุมตัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องร้องขอต่อศาล

                 ...”เจตนาในการบัญญัติข้อแก้ไขในมาตรา 46 นั้น  มีความชัดเจนอยู่ในหลักการข้อที่ 7   ซึ่งระบุว่า ผู้บังคับบัญชาทหารจะสามารถสั่งควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารได้ ในกรณีฉุกเฉินหรือมีเหตุจำเป็น  เพราะฉะนั้นการที่กรรมาธิการฯ  นำมาใส่ก็เพื่อความชัดเจน และไม่ให้ตีความผิดไปอย่างที่ปรากฏในสื่อและองค์กรต่าง ๆ”....พลเรือโทกฤษฎา เจริญพานิช  อดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ฉบับแก้ไข กล่าว

                 ...  ขณะที่การแก้ไขในส่วนอื่นๆ ยังเป็นไปเพื่อให้การพิพากษาคดีมีความสอดคล้องกับหลักสากลและสอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   โดยได้กำหนดให้ศาลต้องตั้งทนายให้แก่จำเลย  และห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในการฟ้อง... ส่วนการบังคับคดีในกรณีหญิงมีครรภ์ต้องพิพากษาให้ประหารชีวิต จากเดิมที่ให้ประหารชีวิตหลังคลอดบุตรแล้ว  ก็ได้มีการแก้ไข ให้เป็นรอการลงโทษไว้ 3 ปี นับแต่คลอดบุตร แล้วลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต  …ดังนั้น การแก้ไขมาตรา 46 จึงน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย และเป็นไปเพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา   

                 อย่างไรก็ตาม   แม้ได้มีแก้ไขเปลี่ยนหลักการควบคุมตัวผู้ต้องหา ให้ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน  ..แต่ก็มีการกำหนดชัดเจนว่า ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นก็ไม่ต้องขออนุญาตจากศาล  โดยให้ผู้บังคับบัญชาทหารสั่่งควบคุมผู้ต้องหาได้ทันที ....ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเปิดช่องที่มีหลักปฏิบัติที่ไม่ต่างจากร่างเดิมนัก  หรือเป็นการสร้างความต่างที่ไม่แตกต่างให้เกิดขึ้นกับกฎหมายฉบับเดิม เท่านั้น

                 สัปดาห์หน้า มาติดตามกันต่อกับกฎหมายที่น่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่ เส้นทางกฎหมาย วันอาทิตย์ 17.00 น.

 

ภาพ   www.yaklai.com


ผู้ดำเนินรายการ: เรณู เขมาปัญญา
วิทยากร: 


รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
 มองรัฐสภา
 รัฐสภาของประชาชน
 กฎหมายหน้า 1
 สายด่วนรัฐสภา
 Highlight ประชุมสภา
 Zoom in
 ประเด็นเป็นข่าว
 วันการเมือง
 จุดร่วมความคิด
 ย้อนรอย(การ)เมืองไทย
 เทปบันทึกภาพ
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
 บ้านสุขภาพ
 สกู๊ปข่าวเสันทางกฎหมาย
 ข่าวเด่นรอบวัน
 ทันข่าวรัฐสภา
 สภากับประชาคมโลก
 รัฐสภาไทยใต้ร่มพระบารมี
 เดินหน้ารัฐธรรมนูญไทย
 ปฏิรูปกฎหมายประชาชน
 วาระปฏิรูป วาระประเทศไทย
 ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชน
 รอบสัปดาห์อาเซียน
เทปบันทึกการสัมมนา
 สัมมนา เรื่อง สังคมที่พึงปราถนา...ประเทศไทย
 ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ
 ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืนด้วยยุทธศาสตร์ชาติ
 การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 การจัดการปุ๋ยและสารเคมีเกษตรเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรไทย
 การสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 17 ปี
 อานิสงค์ของการสวดมนต์
 การปลูกฝังศิลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่พึงประสงค์
 ผู้สูงอายุในการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นต่อการยกร่าง รธน.
 โครงการอ่านวันละ 10 นาที กับหนังสือดี 100 เล่ม
 วุฒิสภากับการสมานฉันท์โดยวิถีลูกเสือ
สปอต ประชาสัมพันธ์
 สปอต ประชาสัมพันธ์

ข่าวรัฐสภา
ข่าวประชาสัมพันธ์
กำหนดการถ่ายทอดสด
สรุปผลการประชุมสภา
ระเบียบวาระการประชุมสภา
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
ข้อบังคับการประชุม สปท.
ข้อบังคับการประชุม สนช.
E-book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา