ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ถูกส่งกลับมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) หลังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญวิเคราะห์ โดยประกอบกับความเห็น ข้อเสนอของพรรคการเมืองที่ส่งเข้ามา และพบว่า ในร่างกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับนี้ ที่ผ่านวาระ3 ไปแล้ว มีบางประเด็นที่ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560... ติดตามทั้งหมดได้ กับเส้นทางกฎหมาย

จำนวนผู้ชม: 514    วันที่โพสต์: 20 กรกฎาคม 2560 เวลา 17:00 น.
Facebook

              ข้อโต้แย้งของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นำมาซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ....  ร่วม 3 ฝ่าย ตามมาตรา 267 วรรค 5  ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560  ที่ประกอบไปด้วยตัวแทนจาก สมาชิก สนช. / กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ/ และกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  เพื่อทำหน้าที่หาบทสรุปที่สมเหตุสมผล จะคงตามร่างเดิมที่ผ่านวาระ3 หรือปรับแก้ตามข้อโต้แย้ง

                หลักใหญ่ใจความของข้อโต้แย้ง อยู่ที่การ เลือกข้างต้นภายในพรรคเพื่อคัดสรรส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ระบบไพรมารีโหวต”  ที่แม้ว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) จะเห็นด้วยในหลักการ และเห็นว่าเป็นระบบที่ ป้องกันนายทุนแทรกแซง  และเป็นระบบที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่คัดผู้ลงสมัคร   ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกลไกการวางรากฐานประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม .. แต่ในข้อดีนั้นก็ยังมีข้อกังวลที่ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ  และทำให้เกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติ  โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนเวลา ที่จะทำให้พรรคการเมืองถูกตัดสิทธิหากไม่สามารถดำเนินการสรรหาผู้ลงสมัครเลือกตั้งได้ทัน ...แถมตัดโอกาสพรรคเล็กที่ไม่มีสาขาพรรค...ซ้ำร้ายอาจทำให้เกิดการขัดแย้งขึ้นภายในพรรคการเมือง   อีกทั้งการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมสรรหาผู้สมัครเลือกตั้ง  ยังขาดกระบวนการป้องกันการทุจริต ... โทษทุจริตไพรมารีโหวตในพรรคการเมือง  จึงได้กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกจับตา หลังมีกระแสข่าวว่า อาจจะรุนแรงถึงขั้นยุบพรรค

                ... “ถ้าสมมุติเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันว่า ทาง กรธ.โต้แย้งมาว่า การทุจริตไพรมารีโหวตไม่มีการกำหนดโทษไว้ แล้วที่ประชุมเห็นควรให้เพิ่มเติมโทษ  มันก็เป็นรายละเอียดที่ต้องศึกษากันอีกว่า อัตราโทษควรจะเป็นเท่าไร เทียบเคียงกับการทุจริตการเลือกตั้ง... การเลือกตั้งทั่วไปควรจะมีโทษในระดับเดียวกัน หรือต่างกัน  ... ที่สุดก็จะถูกตัดสินโดยที่ประชุม สนช.  เพราะฉะนั้น  อย่าเพิ่งคาดเดาว่าโทษจะเป็นเท่านั้นเท่านี้ ... และนี่เป็นโจทย์ที่ต้องช่วยกันคิดว่าจะให้ไพรมารีโหวตเป็นกิจการภายในพรรคที่บริหารจัดการเพื่อให้ได้ตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือ ควรให้ กกต. เข้าไปช่วยดูแลรับผิดชอบ ...ซึ่งถ้าหากเราพิจารณาว่า ไพรมารีโหวต เป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้ง ก็จะอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของ กกต. ...แต่ถ้ามองว่าไพรมารีโหวตไม่เกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง  กกต .ก็ไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้อง ...  ผมคนเดียวยังพูดไม่ได้  ขอเวลากรรมาธิการฯ ทำการศึกษาร่วมกันก่อน   เพราะฉนั้นขณะนี้ก็พูดได้เพียงเป็นแนวทางว่าหลักคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้  มันมีหลักคิดแบบนี้  คิดได้  2 แนวทาง”... นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่หนึ่ง กล่าว

               อีกหนึ่งประเด็นในร่างกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญมองว่า สุ่มเสี่ยงขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 นั่นคือ การกำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งลำดับ 1 ในระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น  ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดสิทธิการลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขตของหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นการตัดสิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐานของคนที่เป็นหัวหน้าพรรค    นอกจากนี้ การกำหนดให้จังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสาขาพรรคการเมือง ต้องมีสมาชิกในทุกเขตเลือกตั้งมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อให้สมาชิกได้มีส่วนร่วม  กลับส่งผลให้พรรคการเมืองที่ยังมีสมาชิกในเขตเลือกตั้งไม่ถึงจำนวนดังกล่าวไม่ว่าเพราะเหตุใด  ไม่สามารถจัดให้สมาชิกเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นได้   ย่อมเป็นการตัดสิทธิพรรคการเมืองไม่ให้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง  และกระทบต่อหลักการของรัฐธรรมนูญที่มุ่งหมายให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมายต่อการเลือกตั้ง และนั่นทำให้  พรรคใหญ่ที่มีความพร้อมมากกว่า “ได้เปรียบ”  กับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก เมื่อร่างกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ 

               กรรมาธิการวิสามัญฯ ร่วม 3 ฝ่าย จะใช้เวลา 15 วัน ในการพิจารณา ก่อนเสนอสู่ที่ประชุม สนช. เพื่อลงมติอีกครั้ง ว่าจะให้ปรับตามข้อโต้แย้ง หรือยืนตามร่างเดิมที่ผ่านวาระ 3  ... ซึ่งหากเสียงไม่เห็นด้วยมีมากกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสนช. ที่มีอยู่ ก็จะทำให้ร่างกฎหมายลูกฉบับนี้ตกไป  และหากเป็นเช่นนั้นก็จะต้องนับหนึ่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการยกร่างกันใหม่


ผู้ดำเนินรายการ: เรณู เขมาปัญญา
วิทยากร: 


รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
 มองรัฐสภา
 รัฐสภาของประชาชน
 กฎหมายหน้า 1
 สายด่วนรัฐสภา
 Highlight ประชุมสภา
 Zoom in
 ประเด็นเป็นข่าว
 วันการเมือง
 จุดร่วมความคิด
 ย้อนรอย(การ)เมืองไทย
 เทปบันทึกภาพ
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
 บ้านสุขภาพ
 สกู๊ปข่าวเสันทางกฎหมาย
 ข่าวเด่นรอบวัน
 ทันข่าวรัฐสภา
 สภากับประชาคมโลก
 รัฐสภาไทยใต้ร่มพระบารมี
 เดินหน้ารัฐธรรมนูญไทย
 ปฏิรูปกฎหมายประชาชน
 วาระปฏิรูป วาระประเทศไทย
 ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชน
 รอบสัปดาห์อาเซียน
เทปบันทึกการสัมมนา
 สัมมนา เรื่อง สังคมที่พึงปราถนา...ประเทศไทย
 ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ
 ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืนด้วยยุทธศาสตร์ชาติ
 การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 การจัดการปุ๋ยและสารเคมีเกษตรเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรไทย
 การสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 17 ปี
 อานิสงค์ของการสวดมนต์
 การปลูกฝังศิลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่พึงประสงค์
 ผู้สูงอายุในการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นต่อการยกร่าง รธน.
 โครงการอ่านวันละ 10 นาที กับหนังสือดี 100 เล่ม
 วุฒิสภากับการสมานฉันท์โดยวิถีลูกเสือ
สปอต ประชาสัมพันธ์
 สปอต ประชาสัมพันธ์

ข่าวรัฐสภา
สกู๊ปพิเศษในหลวงในความทรงจำ
Parliament News Room
ข่าวประชาสัมพันธ์
ระเบียบวาระการประชุมสภา
สรุปผลการประชุมสภา
กำหนดการถ่ายทอดสด
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
รัฐธรรมนูญ
ข้อบังคับการประชุม สปท
ข้อบังคับการประชุม สนช
ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
E-Book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา
สปอต ประชาสัมพันธ์