ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสการคุ้มครองสิทธิความเท่าเทียมระหว่างเพศ ได้ส่งเสียงดังๆ ปลุกภาครัฐและประชาชนให้ตื่นตัว... และนั่นได้ทำให้กฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ ถูกร่างขึ้นมาถึง 4 ครั้ง...ติดตามทั้งหมดได้ กับ เส้นทางกฎหมาย

จำนวนผู้ชม: 695    วันที่โพสต์: 30 กรกฎาคม 2560 เวลา 17:00 น.
Facebook

              เส้นทางของกฎหมายเพื่อความเท่าเทียมระหว่างเพศได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้เสนอ “ร่างพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ” เข้าสู่สภา  ในช่วงปี 2554   แต่ก็ถูกคัดค้านโดยเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย  เพราะไม่เห็นด้วยกับการกำหนดคำนิยาม คำว่า "การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ"  ที่ให้มีข้อยกเว้นได้ในกรณีที่  "มีเหตุผลทางวิชาการ ทางศาสนา หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ"    พร้อมชี้ว่าการส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ ควรเป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล  โดยไม่ควรมีข้อยกเว้นใดๆ  ….. เครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย จึงได้เสนอ  “ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ”   เป็นร่างฉบับที่2  เพื่อประกบคู่กับร่างกฎหมายของรัฐบาล   โดยกำหนดคำนิยามคำว่า "การเลือกปฏิบัติ โดยไม่มีข้อยกเว้น”   และเพิ่มคำนิยามคำว่า "เพศ"  และ  "เพศภาวะ"  ให้ชัดเจน   พร้อมเปิดพื้นที่ให้เอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและปฏิบัติการ... 

               จากนั้น สองปีต่อมา คือในปี 2556  ก็เกิดร่างกฎหมายฉบับที่3  คือ ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ  ซึ่งเป็นร่างของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ  คปก.   ที่มุ่งส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศในทุกมิติของสังคม   คุ้มครองและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่มีข้อยกเว้น  ... และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ (วลพ.)  ทำหน้าที่ในการวินิจฉัยคำร้อง  ตรวจสอบ ไต่สวนข้อเท็จจริง เมื่อมีเหตุละเมิดระหว่างเพศ …แต่ในห้วงเวลานั้นที่เต็มไปด้วยภาวะทางการเมือง และช่องโหว่ของตัวกฎหมายเอง บวกกับเสียงคัดค้านจากภาคประชาชน   ส่งผลให้ร่างกฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ  มีเส้นทางที่ไม่ราบรื่นเท่าใดนัก

                แต่แล้วกระแสเรื่องกฎหมายเพื่อสิทธิความเท่าเทียมกันระหว่างเพศได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง  เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  ได้เสนอร่างกฎหมายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อสภานิติบัญญัติแห่งขาติ (สนช.)  โดยเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส   ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ร่างพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ” ... ที่สุดท้ายดินทางถึงเส้นชัย  มีผลบังคับใช้  เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2558

                ในพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ  ในยุคของ สนช. ได้ถูกแก้ไขลบข้อด้อยและเพิ่มข้อดีโดยบูรณาการข้อดีของฉบับเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย   และฉบับของ คปก.   มาปรับใช้   คือ  มุ่งคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศและส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างเพศอย่างแท้จริง  สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากลตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี  มีองค์กรที่มีหน้าที่ในด้านการคุ้มครองความเท่าเทียมทางเพศ 3 องค์กรได้แก่  1. คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ  เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ สทพ.”  2. คณะกรรมการ วลพ. และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และ 3. กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ  ซึ่งทั้งหมดนี้ ยึดโรากฐานมาจากสิทธิตามรัฐธรรมนูญ    และเปิดทางให้ผู้เสียหายได้รับการชดเชยเยียวยา ด้วยมาตรการทางปกครอง และ ทางแพ่ง     นั่นหมายความว่า ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ วลพ. เพื่อขอให้กำหนดการชดเชยและเยียวยาต่างๆ ได้   โดยไม่ตัดสิทธิผู้เสียหาย ในอันที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหาย  โดยศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินและค่าเสียหายในเชิงลงโทษได้ไม่เกิน 4 เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริง  ซึ่งถือว่าเป็นการชดเชยทางแพ่งที่สูงมาก.... ขณะที่บทลงโทษ  ได้กำหนดโทษให้ผู้ที่กระทำผิด สูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน  หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  และหากขัดขืนไม่ชี้แจง  ต่อกรรมการ วลพ. อนุกรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง  ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ   แต่หากผู้ต้องหาได้ชําระเงินค่าปรับตามจํานวนที่เปรียบเทียบภายใน 30 วันแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 

                  ส่วนในกรณีที่ “ไม่ถือ” เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ  กฎหมายฉบับนี้ได้บัญญัติชัดเจนไว้เช่นกัน   ได้แก่  1.การที่รัฐหรือเอกชน  ได้กำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติ ขึ้นมา เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น   2.การคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัย  3.การปฏิบัติตามหลักการทางศาสนา  และ4.ความมั่นคงของประเทศ 

                  เมื่อพูดถึงการถูกเลือกปฏิบัติหรือการถูกกระทำด้วยความรุนแรง  “ผู้หญิง”  มักจะถูกพุ่งเป้าว่าเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำ ... แต่สำหรับกฎหมายฉบับนี้  ไม่ใช่มองเพียงเท่านั้น ... แต่มองถึงความหลากหลายทางเพศ  เพราะในสังคมไม่ได้มีเพียง เพศหญิง หรือ เพศชาย   นั่นจึงหมายถึง  “ทุกเพศ”  ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ...กฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ  เกิดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ  ที่ร่วมขับเคลื่อนเพื่อการปฎิรูปด้านสิทธิและสังคม ในประเทศไทย  .... 

                .. แต่กระนั้นต้องยอมรับว่า บริบทของโลกกฎหมายในหลายประเทศ ยังไม่เปิดกว้างให้กับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ  แม้แต่ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน  ด้วยเป็นเพราะเงื่อนไขความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม  ซึ่งมองดูแล้วอาจย้อนแย้งกับหลักเสรีภาพ ... และประเด็นนี้ได้กลายเป็นที่จับตา ว่า “นโยบายเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น”  ที่กฎหมายได้เปิดทางไว้ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเป็นไปเพื่อบุคคลเหล่านี้ได้มากเพียงใด ... สุดท้ายแล้ว บทสรุปความเท่าเทียมระหว่างเพศ ในบริบทของประเทศไทย จะเดินต่อไปอย่างไร ...  

                สัปดาห์หน้า มาติดตามกันต่อ กับกฎหมายที่น่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่ เส้นทางกฎหมาย วันอาทิตย์ 17.00 น.

 

 ขอบคุณภาพ : ilaw.or.th

 

 


ผู้ดำเนินรายการ: เรณู เขมาปัญญา
วิทยากร: 


รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
 มองรัฐสภา
 รัฐสภาของประชาชน
 กฎหมายหน้า 1
 สายด่วนรัฐสภา
 Highlight ประชุมสภา
 Zoom in
 ประเด็นเป็นข่าว
 วันการเมือง
 จุดร่วมความคิด
 ย้อนรอย(การ)เมืองไทย
 เทปบันทึกภาพ
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
 บ้านสุขภาพ
 สกู๊ปข่าวเสันทางกฎหมาย
 ข่าวเด่นรอบวัน
 ทันข่าวรัฐสภา
 สภากับประชาคมโลก
 รัฐสภาไทยใต้ร่มพระบารมี
 เดินหน้ารัฐธรรมนูญไทย
 ปฏิรูปกฎหมายประชาชน
 วาระปฏิรูป วาระประเทศไทย
 ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชน
 รอบสัปดาห์อาเซียน
เทปบันทึกการสัมมนา
 สัมมนา เรื่อง สังคมที่พึงปราถนา...ประเทศไทย
 ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ
 ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืนด้วยยุทธศาสตร์ชาติ
 การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 การจัดการปุ๋ยและสารเคมีเกษตรเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรไทย
 การสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 17 ปี
 อานิสงค์ของการสวดมนต์
 การปลูกฝังศิลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่พึงประสงค์
 ผู้สูงอายุในการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นต่อการยกร่าง รธน.
 โครงการอ่านวันละ 10 นาที กับหนังสือดี 100 เล่ม
 วุฒิสภากับการสมานฉันท์โดยวิถีลูกเสือ
สปอต ประชาสัมพันธ์
 สปอต ประชาสัมพันธ์

ข่าวรัฐสภา
สกู๊ปพิเศษในหลวงในความทรงจำ
Parliament News Room
ข่าวประชาสัมพันธ์
ระเบียบวาระการประชุมสภา
สรุปผลการประชุมสภา
กำหนดการถ่ายทอดสด
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
รัฐธรรมนูญ
ข้อบังคับการประชุม สปท
ข้อบังคับการประชุม สนช
ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
E-Book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา
สปอต ประชาสัมพันธ์