เกือบ 20 ปี ที่ภาคประชาชน เดินหน้าเสนอกฎหมายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ด้วยหวังให้มีการจัดตั้งองค์การที่เป็นอิสระจากภาครัฐเข้ามาทำหน้าที่ดูแลประชาชน จนผ่านมาหลายรัฐบาลก็ยังไม่สมหวัง

จำนวนผู้ชม: 14    วันที่โพสต์: 15 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 17:00 น.
Facebook

                 ...แต่แล้วความหวังของภาคประชาชนก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง   เมื่อสภาปฎิรูปแห่งชาติ ได้หยิบยกร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นมาพิจารณา โดยบรรจุเป็นวาระของการปฏิรูปแบบ ควิก วิน  ติดตามได้กับ เส้นทางกฎหมาย

               เมื่อต้นเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่าน สภาปฎิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ได้มีมติ ปฏิรูปเร็ว       ดันร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ให้กลับเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติอีกครั้ง   หลังจากที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ค้างในรัฐสภามานานหลายรัฐบาล เพราะติดปัจจัยหลายประการ   ..... และขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สปช.   ได้นำร่างนี้กลับไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สมบูรณ์  ก่อนส่งต่อไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ด้วยหวังว่าต่อจากนี้ไป ประเทศไทยจะมีมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง 

                ถ้าจะว่ากันตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 61  ที่ระบุถึงการรับรองสิทธิบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภค  ที่ย่อมได้รับการคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริง.. มีสิทธิร้องเรียนเพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยา รวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค และกำหนดให้มีองค์การเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานรัฐ  .. การเกิดขึ้นของร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค   จึงถือเป็นเรื่องที่ดี    ….แต่ว่าด้วยความที่ประเทศไทย มีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.  อยู่แล้ว   จึงเกิดคำถามตามมาว่า องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค จำเป็นที่จะต้องมีหรือไม่  ....และถ้ามีแล้ว  จะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานของรัฐอย่าง สคบ. หรือไม่ …และหน่วยงานใดจะทำหน้าที่ตรวจสอบองค์การนี้

                เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง สคบ. กับ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค  ก็จะพบความเหมือนที่แตกต่าง... เพราะแม้ทั้งสององค์กรจะมีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองผู้บริโภคเหมือนกัน   แต่สิ่งที่ต่างกัน  ก็คือ  สคบ. จะทำหน้าที่ดูแลเรื่องสัญญา โฆษณา ฉลากและจัดการเรื่องกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์    มีหน้าที่จับปรับผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง  ...   ขณะที่องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค จะมีฐานะเป็นหน่วยงานอิสระ ที่ให้ความเห็นในการตรวจและการบังคับใช้กฎหมายหรือกฎ และให้ความเห็นในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค   ยกตัวอย่างเช่น  การขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ แล้วประชาชนไม่เห็นด้วย ก็ต้องไปยื่นฟ้องเอง .. ตรงจุดนี้องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจะทำหน้าที่ให้ความเห็น จัดหาข้อมูล และทำงานเชิงวิจัย  เสนอไปยังภาครัฐเพื่อทบทวน   ซึ่งเรียกได้ว่า  องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจะเข้ามาจัดการกับปัญหาที่อยู่นอกเหนือความดูแลของ สคบ. ..   และดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคในเชิงลึกมากกว่า สคบ.

              ...อีก 2 สิ่งสำคัญ  ที่ทำให้องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค  แตกต่าง จาก สคบ.   นั่นคือ    1. ร่างพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนงบป ระมาณเพื่อคุ้มครองประชาชนขั้นต่ำ3 บาทต่อประชากร 1 คน   เพื่อให้รัฐต้องสนับสนุนชัดเจน แต่ต้องไม่ถูกแทรกแซงจากภาครัฐ   และ  2.  ว่าด้วยเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ...  องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจะสนับสนุนให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน    โดยเฉพาะ การส่งเสริมให้ภาคประชาสังคม  และองค์การพัฒนาเอกชนมีความเข้มแข็ง   พร้อมกับจัดให้มีการประชุมสมัชชาองค์กรผู้บริโภคอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อประเมินการดำเนินงานขององค์การและติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค  เพื่อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างรอบด้าน  

                 แม้องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจะเป็นเสมือนบอร์ดี้การ์ดให้กับผู้บริโภค  แต่ก็ไม่ลืมที่จะเปิดช่องให้มีการตรวจสอบการทำงานขององค์การได้เช่นกัน  ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา  ภายใน 3เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน .... การตรวจสอบการเงินโดยสำนักงานคณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รวมทั้งการจัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานโดยสถาบันหรือองค์กรที่เป็นกลางทุก 3 ปี   และต้องชี้แจงให้ได้ด้วยว่าองค์การนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจริง 

                 ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ  โดยกรรมาธิการได้มีการปรับแก้ในหลายประเด็น  ทั้งสัดส่วนของคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค   ….การเปิดให้มีผู้แทนจากสื่อมวลชนเข้าเป็นกรรมการสรรหาได้หรือไม่  การกำหนดให้จัดตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคหรือจังหวัดต่าง ๆ   ขณะที่หลายฝ่ายจับตาว่า  จะมีการเพิ่มโทษกับคณะกรรมการขององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคกรณีที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่  จากเดิมที่กำหนดความผิดไว้ ทั้งจำและปรับตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท

                 สัปดาห์หน้ามาติดตามกันต่อกับกฎหมายที่น่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่ เส้นทางกฎหมาย วันอาทิตย์ 17.00 น. 


ผู้ดำเนินรายการ: เรณู เขมาปัญญา
วิทยากร: 


รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
 มองรัฐสภา
 รัฐสภาของประชาชน
 กฎหมายหน้า 1
 สายด่วนรัฐสภา
 Highlight ประชุมสภา
 Zoom in
 ประเด็นเป็นข่าว
 วันการเมือง
 จุดร่วมความคิด
 ย้อนรอย(การ)เมืองไทย
 เทปบันทึกภาพ
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
 บ้านสุขภาพ
 สกู๊ปข่าวเสันทางกฎหมาย
 ข่าวเด่นรอบวัน
 ทันข่าวรัฐสภา
 สภากับประชาคมโลก
 รัฐสภาไทยใต้ร่มพระบารมี
 เดินหน้ารัฐธรรมนูญไทย
 ปฏิรูปกฎหมายประชาชน
 วาระปฏิรูป วาระประเทศไทย
 ปฏิรูปกฎหมายเพื่อประชาชน
 รอบสัปดาห์อาเซียน
เทปบันทึกการสัมมนา
 สัมมนา เรื่อง สังคมที่พึงปราถนา...ประเทศไทย
 ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ
 ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืนด้วยยุทธศาสตร์ชาติ
 การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 การจัดการปุ๋ยและสารเคมีเกษตรเพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกรไทย
 การสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 17 ปี
 อานิสงค์ของการสวดมนต์
 การปลูกฝังศิลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมที่พึงประสงค์
 ผู้สูงอายุในการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นต่อการยกร่าง รธน.
 โครงการอ่านวันละ 10 นาที กับหนังสือดี 100 เล่ม
 วุฒิสภากับการสมานฉันท์โดยวิถีลูกเสือ
สปอต ประชาสัมพันธ์
 สปอต ประชาสัมพันธ์

ข่าวรัฐสภา
ข่าวประชาสัมพันธ์
กำหนดการถ่ายทอดสด
สรุปผลการประชุมสภา
ระเบียบวาระการประชุมสภา
ถ่ายทอดสดโทรทัศน์รัฐสภา
ถ่ายทอดสดวิทยุรัฐสภา
ผังรายการโทรทัศน์รัฐสภา
ผังรายการวิทยุรัฐสภา
ข้อบังคับการประชุม สปท.
ข้อบังคับการประชุม สนช.
E-book
Web Appilcation
Admin
รายการย้อนหลังโทรทัศน์รัฐสภา
รายการย้อนหลังวิทยุรัฐสภา
เทปบันทึกการสัมมนา